โรงเรือนเมล่อน มรภ.วไลยอลงกรณ์ฯ สระแก้ว

โรงเรือนเมล่อน พันธุ์ “พอท ออร์เร้นจ์” เนื้อสีส้มเข้ม เนื้อฉ่ำนุ่ม กลิ่นหอม รสชาติดี ความหวานสูง ประมาณ 15-17 บริกซ์ รูปผลทรงกลม ผิวตาข่าย ขั้วเหนียว น้ำหนักต่อผล 1.5-2 กิโลกรัม อายุการเก็บเกี่ยว 80-85 วัน หลังหยอดเมล็ด ปลูกได้ตลอดปี ปลูกง่ายติดผลดี ทนโรคและเชื้อราได้ดี ปลูกได้ทั่วทุกภาค ทนทุกสภาพอากาศ แต่ก็มีจุดอ่อนเรื่องผลแตกง่ายถ้าดูแลไม่ดี
พันธุ์ “ฮามี่กั๋ว” (HamiGua Melon) หรือบ้านเราเรียก แตงทิเบต ซึ่งผลมีขนาดใหญ่ 2-3 กิโลกรัม เนื้อรสชาติ หอม กรอบ หวานเย็นอร่อยมาก กรอบ กลิ่นหอมเป็นเมล่อนชนิดหนึ่งของจีน นิยมรับประทานเป็นยาเย็น น้ำหนักผลดี อายุเก็บเกี่ยว 90 วัน นับจากเพาะเมล็ด
พันธุ์ “เอเชีย โกลเด้น” (Asia Golden) เมล่อนผิวสีเหลืองทอง ผลทรงกลม เนื้อสีขาว หวาน หอม เนื้อละเอียด รสชาติดี ขนาดผลโดยประมาณ 1.3-1.5 กิโลกรัม ความหวาน 13-15 บริกซ์ อายุการเก็บเกี่ยวหลังผสมเกสร ประมาณ 35-40 วัน
เมล่อน พันธุ์ “ราชินี 1” เนื้อสีเขียวอมน้ำผึ้ง ลายตาข่ายสวย และ พันธุ์“ราชินี 2” เนื้อสีส้ม หวาน หอม อร่อย ผิวตาข่าย ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์เป็นเมล่อนลูกผสมของประเทศไทย ที่นำสายพันธุ์จากญี่ปุ่นมาพัฒนา ซึ่งตอนนี้สายพันธุ์เมล่อนมีให้เลือกปลูกเป็นจำนวนมาก

วิธีการปลูก ที่นี่จะใช้วิธีการเพาะเมล็ดที่ถุงปลูกในโรงเรือนเลย ซึ่งคุณอุเชนทร์ อธิบายว่าถ้าเป็นที่อื่นนั้น อาจจะเพาะเมล็ดในถาดเพาะกล้าเสียก่อน หลังจากนั้น ราว 10-15 วัน หรือมีใบจริง 1-2 ใบ ก็จะย้ายปลูกลงถุงปลูกในโรงเรือน แต่วิธีการของผมจะเพาะเมล็ดที่ถุงปลูกเลย โดยนำเมล็ดพันธุ์มาแช่ในน้ำธรรมดา 1 คืน ให้เปลือกเมล็ดนิ่มและเป็นการกระตุ้นการงอก จากนั้นก็นำเมล็ดไปหยอดในถุงปลูก ซึ่งบริเวณที่จะหยอดกลบเมล็ดนั้น อาจจะใส่วัสดุปลูกอย่างพีทมอสส์หรือมีเดีย เพื่อช่วยให้เมล็ดงอกดี เมล็ดสามารถดันต้นให้โผล่พ้นวัสดุได้ง่าย แล้วราดด้วยยาป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น พวกยาเมทาแลคซิล หรือยาแคปแทน ซึ่งสามารถป้องกันเชื้อราเบื้องต้นได้